สรุปสั้น: หลังคากันร้อน ทำงานได้ 2 แบบ คือ สะท้อนความร้อนตั้งแต่ผิวหลังคา กับดักความร้อนไว้ ด้วยฉนวนใต้แผ่น แบบแรก จะหยุดความร้อนก่อนเข้ามา ส่วนแบบหลัง กั้นความร้อน ที่เข้ามาในแผ่นแล้ว ปัจจุบันมีหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกที่สะท้อนความร้อนได้ในตัว ลดความร้อนได้ 4°C จากผลทดสอบของ วว. โดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม
บ้านในเมืองไทยรับแดดแรงเกือบทั้งปี และหลังคาคือส่วนที่รับความร้อนมากที่สุดของบ้าน หลายคนแก้ปัญหาด้วยการติดฉนวนเพิ่ม แต่พอผ่านไปสักพักก็ยังรู้สึกว่าบ้านร้อนอยู่ดี บทความนี้ จะอธิบายว่าหลังคากันร้อนแต่ละแบบ ทำงานต่างกันอย่างไร ทำไมการติดฉนวนอย่างเดียวถึงไม่ได้ผลเสมอไป และควรเลือกแบบไหน ให้คุ้มกับเงินที่จ่าย
หลังคากันร้อน คืออะไร ทำงานอย่างไร
หลังคากันร้อน คือหลังคาที่ลดการถ่ายเทความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่ตัวอาคาร ทำได้ 2 วิธีคือ การสะท้อนความร้อนที่ผิวหลังคา และการใส่ฉนวนกันความร้อนใต้แผ่น ปัจจุบันมีหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกที่กันร้อนได้ในตัวโดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม ลดความร้อนได้ 4°C จากผลทดสอบของ วว.
วิธีที่ 1 สะท้อนความร้อนที่ผิวหลังคา ผิวหลังคาถูกออกแบบให้สะท้อนแสงแดดและความร้อนกลับออกไปตั้งแต่ด้านบน ความร้อนจึงเข้าสู่ตัวแผ่นน้อยตั้งแต่แรก
วิธีที่ 2 ดักความร้อนด้วยฉนวนใต้แผ่น แผ่นหลังคายังรับความร้อนเต็มที่ แล้วอาศัยชั้นฉนวน เช่น โฟม PU ที่ติดอยู่ใต้แผ่น หน่วงไม่ให้ความร้อนผ่านลงมาถึงตัวบ้าน
ทั้งสองวิธีให้ผลต่างกัน เพราะความร้อนถูกหยุดคนละตำแหน่ง แบบแรกหยุดก่อนเข้า แบบที่สองรอให้เข้ามาแล้วค่อยกั้น
ทำไมติดฉนวนเพิ่มแล้ว บ้านยังร้อนอยู่
สาเหตุหลักคือ ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา ทำหน้าที่หน่วงความร้อนที่เข้ามาถึงตัวแผ่นแล้ว ไม่ได้หยุดความร้อนตั้งแต่ผิวหลังคา ความร้อนจึงยังสะสมอยู่ในแผ่นและค่อยๆ ถ่ายเทลงมา นอกจากนี้ค่ากันความร้อนของฉนวนโฟมบางประเภทยังลดลงได้ตามอายุการใช้งาน และถ้าติดตั้งไม่เต็มพื้นที่ ความร้อนก็ยังผ่านรอยต่อเข้ามาได้
1. ความร้อนเข้ามาในแผ่นก่อน แล้วค่อยถูกกั้น
แผ่นหลังคาที่ไม่มีผิวสะท้อนความร้อนจะร้อนจัดในช่วงบ่าย ฉนวนช่วยได้แค่ชะลอ แต่ความร้อนที่สะสมทั้งวันก็ยังถ่ายเทลงมาต่อเนื่องจนถึงช่วงค่ำ
2. ค่ากันความร้อนของโฟมลดลงตามเวลา
ฉนวนโฟมแบบเซลล์ปิดมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Thermal Drift คือก๊าซในเซลล์โฟมค่อยๆ แพร่ออกและถูกแทนที่ด้วยอากาศ ทำให้ค่ากันความร้อนลดลง การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดในช่วง 2 ปีแรก และมีงานศึกษาพบว่าฉนวนโฟม PIR ที่ใช้งานจริงมีค่ากันความร้อนลดลงได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับตอนใหม่
3. ช่องว่างตามรอยต่อ
ฉนวนที่ติดไม่เต็มพื้นที่หรือมีช่องตามรอยต่อแผ่น เป็นจุดที่ความร้อนผ่านเข้ามาได้โดยตรง
4. ใต้หลังคาไม่มีการระบายอากาศ
ความร้อนที่สะสมใต้หลังคาต้องมีทางระบายออก ถ้าไม่มี อากาศร้อนจะค้างอยู่เหนือฝ้าและถ่ายเทลงสู่ห้องด้านล่าง
เทียบหลังคากันร้อนแต่ละแบบ ก่อนตัดสินใจ
หลังคาที่คนไทยนิยมใช้มี 4 แบบหลัก แต่ละแบบกันร้อนด้วยหลักการต่างกัน จึงเหมาะกับงานต่างกัน สิ่งที่ควรดูประกอบกันคือ กันร้อนด้วยวิธีไหน ต้องติดฉนวนเพิ่มหรือไม่ กันเสียงได้แค่ไหน และน้ำหนักเหมาะกับโครงสร้างหรือเปล่า
| เมทัลชีท | เมทัลชีท + ฉนวน PU | หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก | หลังคากระเบื้อง | |
|---|---|---|---|---|
| หลักการกันร้อน | ไม่มีในตัว | ดักความร้อนใต้แผ่น | สะท้อนความร้อนที่ผิว | มวลวัสดุหนาช่วยหน่วงความร้อน |
| ผลกันร้อน | ต้องเสริมฉนวน | ขึ้นกับสภาพฉนวน | ลดได้ 4°C ทดสอบโดย วว. | ดี |
| ต้องติดฉนวนเพิ่ม | ส่วนใหญ่ต้องติด | ติดมากับแผ่น | ไม่ต้อง | ขึ้นกับการออกแบบ |
| กันเสียงฝน | เสียงดังที่สุดในกลุ่ม | ดีขึ้นจากชั้นโฟม | ลดเสียงได้ 17 เดซิเบล | เงียบ |
| น้ำหนัก | เบา | ปานกลาง | เบา | หนัก ต้องใช้โครงรับมากกว่า |
สรุปแต่ละแบบแบบสั้น
เมทัลชีท ราคาเริ่มต้นต่ำ และติดตั้งเร็ว แต่ร้อน และเสียงดังถ้าไม่เสริมฉนวน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย ที่ตามมาภายหลัง
เมทัลชีท + ฉนวน PU กันร้อน กันเสียง ดีขึ้นชัดเจน ราคาสูงกว่าเมทัลชีทธรรมดาประมาณ 30-50% และควรใช้ช่างที่ชำนาญ เพราะถ้าน้ำซึมเข้าชั้นฉนวน ประสิทธิภาพจะลดลง อย่างรวดเร็ว
หลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก น้ำหนักเบา เหมือนเมทัลชีท แต่กันร้อนกันเสียงได้ในตัวแผ่น ควรเทียบราคา แบบรวมทั้งระบบ เพราะราคาแผ่นอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนต้นทุนจริง เมื่อไม่ต้องจ่ายค่าฉนวนเพิ่ม
กระเบื้อง เย็นและเงียบ แต่หนัก ต้องคำนวณโครงสร้างรองรับมากกว่า และใช้เวลาติดตั้งนานกว่า
หลังคากันร้อน ช่วยประหยัดค่าไฟ ได้จริงไหม
ช่วยได้จริง เพราะเมื่อหลังคาสะสมความร้อนน้อยลง อากาศเหนือฝ้าและในห้องจะร้อนน้อยลงตาม แอร์จึงไม่ต้องทำงานหนักเพื่อดึงอุณหภูมิลง แต่จะประหยัดได้เท่าไรไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับขนาดบ้าน ทิศทางที่รับแดด ฉนวนที่ฝ้า และพฤติกรรมการเปิดแอร์ของแต่ละบ้าน
สิ่งที่ควรดูเวลาเลือก คือค่าที่วัดได้จริงของวัสดุ เช่น ผลทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ว่าลดความร้อนได้กี่องศา มากกว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์ค่าไฟในโฆษณา เพราะตัวเลขอุณหภูมิคือสิ่งที่เปรียบเทียบข้ามยี่ห้อได้จริง
หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก CMR กันร้อนได้อย่างไร
CMR หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก ใช้หลักการสะท้อนความร้อนที่ผิวหลังคา ด้วยชั้นเคลือบเซรามิกที่ผลิตจากโรงงาน ลดความร้อนได้ 4°C จากผลทดสอบของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และลดเสียงฝนจาก 81 เดซิเบล เหลือ 64 เดซิเบล โดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่มใต้แผ่น
- ลดความร้อนได้ 4°C ทดสอบโดย วว.
- ลดเสียงฝน 17 เดซิเบล จาก 81 เหลือ 64 เดซิเบล
- ไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม คุณสมบัติกันร้อนกันเสียงอยู่ในตัวแผ่น
- น้ำหนักเบา ไม่ต้องเสริมโครงสร้างเหมือนหลังคากระเบื้อง
CMR เป็นผู้ผลิตหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิกเจ้าแรก และเจ้าเดียวในประเทศไทย ผลิตจากโรงงานในจังหวัดสระบุรี บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ด้วยเทคโนโลยีที่ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน มากว่า 20 ปี
วิธีเลือกหลังคากันร้อน ให้เหมาะกับบ้าน
- ดูว่ากันร้อนที่ผิว หรือพึ่งฉนวนใต้แผ่น เพราะส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายระยะยาว
- ขอดูผลทดสอบที่มีหน่วยงานรับรอง ไม่ใช่แค่คำว่า “เย็น” ในโฆษณา
- คิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งระบบ คือแผ่น ฉนวน และค่าติดตั้ง ไม่ใช่ราคาแผ่นอย่างเดียว
- เช็กน้ำหนักกับโครงสร้างเดิม โดยเฉพาะงานเปลี่ยนหลังคาบ้านเก่า
- ดูเรื่องเสียงไปพร้อมกัน เพราะหลังคาที่กันร้อนได้ดีไม่ได้แปลว่าจะเงียบเสมอไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หลังคากันร้อน
หลังคากันร้อน แบบไหนดีที่สุด
ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน แต่ถ้าต้องการทั้งกันร้อน กันเสียง และน้ำหนักเบาในวัสดุเดียว หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกตอบโจทย์ได้ครบโดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม ส่วนหลังคากระเบื้องเหมาะกับบ้านที่โครงสร้างรองรับน้ำหนักได้มาก
หลังคากันร้อน ช่วยลดค่าแอร์ได้เท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับขนาดบ้าน ทิศทางแดด ฉนวนที่ฝ้า และการใช้แอร์ของแต่ละบ้าน สิ่งที่เทียบได้ชัดกว่าคือวัสดุนั้นลดความร้อนได้กี่องศาจากผลทดสอบจริง
ต้องติดฉนวนใต้หลังคาเพิ่มไหม
ถ้าใช้หลังคาเมทัลชีทธรรมดา ส่วนใหญ่ควรติดฉนวนเพิ่ม แต่ถ้าใช้หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกที่กันร้อนกันเสียงในตัวแผ่นแล้ว ไม่จำเป็นต้องติดฉนวนเพิ่ม
หลังคาเมทัลชีทร้อน จริงหรือไม่
เมทัลชีทแผ่นเปล่าเป็นเหล็กที่นำความร้อนได้ดี จึงร้อนจัดเมื่อโดนแดดโดยตรง ถ้าไม่มีผิวสะท้อนความร้อนหรือไม่ติดฉนวน ความร้อนจะถ่ายเทลงสู่ตัวบ้านได้มาก
หลังคากันร้อน กันเสียงได้ด้วยไหม
ขึ้นกับวัสดุ หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก CMR ลดเสียงฝนได้ 17 เดซิเบล จาก 81 เหลือ 64 เดซิเบล ส่วนเมทัลชีทแผ่นเปล่าจะเสียงดังที่สุดถ้าไม่ติดฉนวน
หลังคาบ้านร้อน แก้ยังไงโดยไม่ต้องรื้อทั้งหลัง
ถ้าโครงสร้างเดิมยังแข็งแรง สามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นหลังคาเป็นวัสดุที่กันร้อนในตัวได้ บนโครงเดิม ซึ่งควรให้ผู้เชี่ยวชาญ ประเมินหน้างานก่อน เพื่อเช็กการรับน้ำหนัก และสภาพโครง
ปรึกษาทีม CMR
ถ้าใครกำลังวางแผนทำหลังคาใหม่ หรืออยากแก้ปัญหาบ้านร้อนจากหลังคาเดิม ปรึกษาทีมงาน CMR ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
โทร 02-096-6129 | Line: @cmrroof | www.cmr-roof.com


