หลังคาโรงงานที่ดีต้องแก้ปัญหาที่เจอซ้ำทุกปีได้จริง คือความร้อนสะสม เสียงดังตอนฝนตก และการรั่วซึม ปัจจุบันที่นิยมใช้มี 3 แบบ คือ เมทัลชีทแผ่นเดียว เมทัลชีทประกบฉนวน PU และหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก ซึ่งแบบหลังลดความร้อนได้ 4°C ลดเสียงฝนได้ 17 เดซิเบล โดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม และในหลายกรณีเปลี่ยนบนโครงเดิมได้
สำหรับเจ้าของโรงงาน หลังคาไม่ใช่แค่สิ่งที่กันแดดกันฝน แต่ส่งผลตรงกับต้นทุนทุกเดือน ตั้งแต่ค่าไฟที่พุ่งเพราะความร้อนสะสม สภาพการทำงานของพนักงาน ไปจนถึงสินค้าที่เสียหายเมื่อหลังคารั่ว การเลือกผิดครั้งเดียวจึงหมายถึงการจ่ายซ้ำไปอีกหลายปี บทความนี้สรุปปัญหาที่เจอบ่อย เปรียบเทียบวัสดุแต่ละแบบ และวิธีเลือกให้คุ้มกับการลงทุน
5 ปัญหาที่เจอบ่อยบนหลังคาโรงงาน
ปัญหาที่เจ้าของโรงงานเจอซ้ำมากที่สุดมี 5 ข้อ คือ ความร้อนสะสมใต้หลังคา เสียงดังตอนฝนตก การรั่วซึมตามรอยต่อ หลังคาเก่าเสื่อมสภาพ และค่าไฟที่สูงต่อเนื่องจากความร้อน
1. ความร้อนสะสมใต้หลังคา — ผืนหลังคาขนาดใหญ่รับแดดตลอดวัน ความร้อนสะสมอยู่ใต้หลังคาและกระจายลงสู่พื้นที่ทำงาน
2. เสียงดังตอนฝนตก — ฝนกระทบแผ่นเหล็กบนพื้นที่กว้างทำให้เสียงก้องจนคุยกันไม่ได้ยิน กระทบทั้งการสื่อสารและสมาธิในการทำงาน
3. รั่วซึมตามรอยต่อ — จุดต่อแผ่นและจุดยึดที่เก็บงานไม่ดีเป็นทางให้น้ำเข้า เสี่ยงต่อเครื่องจักรและสินค้าด้านล่าง
4. หลังคาเก่าเสื่อมสภาพ — แผ่นที่ใช้งานมานานเริ่มเป็นสนิมหรือผุ ซ่อมเท่าไรก็กลับมารั่วซ้ำ
5. ค่าไฟสูงตลอดปี — ยิ่งหลังคาปล่อยความร้อนลงมามาก ระบบระบายอากาศและแอร์ในส่วนสำนักงานก็ยิ่งทำงานหนัก
หลังคาโรงงานมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน
หลังคาที่นิยมใช้กับอาคารโรงงานมี 3 แบบหลัก แต่ละแบบกันร้อนด้วยหลักการต่างกัน จึงเหมาะกับการใช้งานต่างกัน
เมทัลชีทแผ่นเดียว
ราคาเริ่มต้นต่ำและติดตั้งเร็ว แต่ร้อนและเสียงดังที่สุดในกลุ่ม ถ้าจะใช้กับพื้นที่ที่มีคนทำงานประจำต้องเสริมฉนวนภายหลัง เหมาะกับโกดังเก็บของที่ไม่มีคนทำงานใต้หลังคาตลอดวันและไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
เมทัลชีทประกบฉนวน PU
กันร้อนกันเสียงดีขึ้นชัดเจน ราคาสูงกว่าเมทัลชีทธรรมดาประมาณ 30-50% และควรใช้ช่างที่ชำนาญ เพราะถ้าน้ำซึมเข้าชั้นฉนวน ประสิทธิภาพจะลดลงเร็ว นอกจากนี้ฉนวนโฟมแบบเซลล์ปิดยังมีปรากฏการณ์ Thermal Drift ที่ค่ากันความร้อนลดลงได้ตามอายุการใช้งาน
หลังคาเคลือบเซรามิก
สะท้อนความร้อนตั้งแต่ผิวหลังคา ลดความร้อนได้ 4°C จากผลทดสอบของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลดเสียงฝนจาก 81 เหลือ 64 เดซิเบล โดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม และน้ำหนักเบา จึงเปลี่ยนบนโครงเดิมได้ในหลายกรณี เหมาะกับโรงงานที่มีคนทำงานใต้หลังคาทั้งวัน
ทำไมหลังคาของโรงงานถึงร้อนและเสียงดังกว่าบ้านทั่วไป
เพราะอาคารโรงงานมีผืนหลังคากว้าง รับแดดตลอดวัน และใต้หลังคามักเปิดโล่งไม่มีฝ้ากั้น ความร้อนจากแผ่นจึงแผ่ลงสู่พื้นที่ทำงานโดยตรง ขณะที่เสียงฝนกระทบแผ่นเหล็กก็สะท้อนในพื้นที่กว้างจนก้อง
พื้นที่รับแดดกว้าง ยิ่งผืนหลังคาใหญ่ ความร้อนที่สะสมยิ่งมาก และไม่มีร่มเงาอาคารอื่นช่วยบัง
ไม่มีฝ้ากั้นความร้อน ต่างจากบ้านที่มีฝ้าและช่องใต้หลังคาช่วยหน่วง โรงงานส่วนใหญ่ความร้อนจากแผ่นส่งตรงถึงคนทำงาน
ความร้อนจากเครื่องจักรเสริมเข้าไป อากาศร้อนจากในอาคารลอยขึ้นไปค้างใต้หลังคา ทำให้พื้นที่ด้านบนร้อนยิ่งขึ้น
พื้นที่โล่งทำให้เสียงก้อง ไม่มีวัสดุดูดซับเสียงระหว่างแผ่นกับพื้นที่ทำงาน เสียงฝนจึงชัดและดังกว่าในบ้าน
เปลี่ยนหลังคาต้องหยุดไลน์ผลิตไหม
ในหลายกรณีไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งโรงงาน โดยวางแผนแบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซน เปลี่ยนทีละส่วน ให้การผลิตในโซนอื่นเดินต่อได้ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะหน้างาน ขนาดพื้นที่ และสภาพโครงเดิม จึงต้องประเมินก่อนทุกครั้ง
ถอดแบบก่อนเริ่มงาน (Take-off) คำนวณวัสดุและวางแผนลำดับงานล่วงหน้า ลดโอกาสที่งานจะยืดเยื้อหรือต้องหยุดกลางทาง
เปลี่ยนบนโครงเดิม (Re-Roof) เพราะแผ่นเคลือบเซรามิกน้ำหนักเบา ในหลายกรณีจึงวางบนโครงเหล็กเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งระบบ
ต่อเติมหลังคา (Top-Up Roof) สำหรับงานที่ต้องการเสริมหรือต่อเติมจากหลังคาเดิม
ติดตั้งโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ วางแผนป้องกันเศษวัสดุและรับมือกรณีฝนตกระหว่างงาน
เลือกหลังคาอย่างไร ไม่ให้ต้องเปลี่ยนซ้ำ
- ดูว่ากันร้อนที่ผิว หรือพึ่งฉนวน เพราะส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพและค่าบำรุงรักษาระยะยาว
- ขอผลทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาว่าเย็น
- คิดต้นทุนรวมทั้งระบบ คือแผ่น ฉนวน ค่าติดตั้ง และค่าไฟที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง
- เช็กน้ำหนักกับโครงเดิม โดยเฉพาะอาคารเก่าที่ไม่อยากรื้อโครงทั้งหมด
- เลือกผู้รับเหมาที่ถอดแบบก่อนเสนอราคา และรับผิดชอบทั้งวัสดุและการติดตั้ง ไม่ต้องโยนกันเมื่อมีปัญหา
ทำไมโรงงานเลือกหลังคา CMR
CMR เป็นผู้ผลิตหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันมากว่า 20 ปี ผลิตจากโรงงานในจังหวัดสระบุรีบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ดูแลตั้งแต่ถอดแบบจนติดตั้งเสร็จ
- ลดความร้อนได้ 4°C ทดสอบโดย วว.
- ลดเสียงฝน 17 เดซิเบล จาก 81 เหลือ 64 เดซิเบล
- ไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม คุณสมบัติกันร้อนกันเสียงอยู่ในตัวแผ่น
- เปลี่ยนบนโครงเดิมได้ในหลายกรณี ด้วยบริการ Re-Roof
- สร้างโรงงานใหม่ มีระบบโครงหลังคา Speed Truss ที่ช่วยประหยัดค่าโครงสร้างได้สูงสุด 30%
คำถามที่พบบ่อย
หลังคาแบบไหนกันร้อนดีที่สุดสำหรับโรงงาน
หลังคาที่สะท้อนความร้อนตั้งแต่ผิว เช่น หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก ลดความร้อนได้ 4°C จากผลทดสอบของ วว. โดยไม่ต้องติดฉนวนเพิ่ม ส่วนเมทัลชีทแผ่นเดียวต้องเสริมฉนวนภายหลัง
เปลี่ยนหลังคาของโรงงานใช้เวลากี่วัน
ขึ้นกับขนาดพื้นที่ ทรงหลังคา และสภาพโครงเดิม ทีมงานจะแจ้งกรอบเวลาหลังถอดแบบคำนวณวัสดุ และถ้าสั่งแผ่นยาวพิเศษ ต้องเผื่อเวลาผลิตประมาณ 7-14 วัน
เปลี่ยนหลังคาบนโครงเดิมได้ไหม
ได้ในหลายกรณี เพราะหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิกน้ำหนักเบา แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพโครงก่อนทุกครั้ง ผ่านบริการ Re-Roof
ค่าเปลี่ยนหลังคาคิดยังไง
คิดจากพื้นที่หลังคา รุ่นวัสดุ สภาพโครงเดิม ค่ารื้อของเก่า และค่าขนส่ง ควรขอให้ถอดแบบก่อนเสนอราคา สำหรับลูกค้าโครงการสอบถามราคาพิเศษได้
หลังคาโกดังเลือกแบบเดียวกับโรงงานได้ไหม
ได้ ใช้หลักการเลือกเดียวกัน ถ้าเป็นโกดังที่เก็บสินค้าไวต่อความร้อนหรือมีคนทำงานประจำ ควรเลือกหลังคาที่กันร้อนในตัว ส่วนโกดังเก็บของทั่วไปใช้เมทัลชีทได้
ปรึกษาราคาพิเศษโครงการกับทีม CMR
หากใครกำลังวางแผนเปลี่ยนหรือสร้างหลังคาใหม่ให้โรงงานและโกดัง ปรึกษาทีมงาน CMR ได้ฟรี ทั้งการประเมินหน้างานและราคาพิเศษสำหรับลูกค้าโครงการ
โทร 02-096-6129 | Line: @cmrroof | www.cmr-roof.com
แหล่งอ้างอิง
- ผลทดสอบการลดความร้อน 4°C โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
- Before You Choose: Understanding Thermal Drift & R-Value — Insulfoam
- เมทัลชีท PU Foam ข้อเสีย 7 ข้อ + อายุการใช้งานจริงจากงานวิจัย


